การทุจริต คอร์รัปชั่น

ทุจริต คอร์รัปชั่น :  มะเร็งร้ายที่กัดกินสังคมไทย
เหตุผลหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองเมื่อวันที่ 19 กันยายน  2549 
ก็คือ  การทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนของรัฐบาล  ตั้งแต่ปี 2544  เป็นต้นมา ( ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองในประเทศไทย เมื่อ 19  กันยายน  2549 : เอกสารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  2550 )  

 อันอาจกล่าวได้ว่า  การทุจริต  หรือคอร์รัปชั่นได้แผ่ขยายไปในสังคมทุกระดับอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน  โดยมีการกล่าวหาอย่างรุนแรงว่า  ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดจนเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐทุกระดับกระทำความผิดต่อหน้าที่  กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมและร่ำรวยผิดปกติในทุกรูปแบบ  ซึ่งพฤติกรรมเลวร้ายดังกล่าวมีส่วนทำให้สังคมไทยต้องสั่นคลอน  ก่อเกิดปัญหาในด้านคุณธรรมจริยธรรม  ประชาชนขาดความเชื่อมั่นศรัทธาในรัฐบาลและวงราชการมีผลกระทบอย่างร้ายแรงในทางเศรษฐกิจ  สังคมโลกแสดงความรังเกียจ  และนานาประเทศหลีกเลี่ยงที่จะมาลงทุน  นอกจากนี้ยังทำให้ประชาคมโลกมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนาทั้งที่ประเทศไทยได้พยายามสร้างกลไกทางกฎหมายให้ชัดเจน  และสามารถบังคับใช้ได้จริง  เช่น  จัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ เรียกโดยย่อว่า  “ป.ป.ป.”  ตั้งแต่ปี  2518  แต่ยังมีข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้การทำงานของคณะกรรมการ  ป.ป.ป.  ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช  2540  จึงมีการจัดตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญขึ้น  ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติขึ้น  อันได้แก่  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ( ป.ป.ช. )  แทนที่คณะกรรมการ  ป.ป.ป.  แต่หลังจากปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งมาได้เพียง  3  ปีเศษ  ในปี  2544  รัฐบาลก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่าพยายามผูกขาดอำนาจทำลายระบบการตรวจสอบถ่วงดุล  และแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  ซึ่งไม่เว้นแม้แต่คณะกรรมการ  ป.ป.ช.  จึงทำให้การทุจริต คอร์รัปชั่นดำเนินไปอย่างกว้างขวางและล้ำลึกจนยากที่จะแก้ไขเปรียบได้ดังมะเร็งร้ายที่เกาะกินสังคมจนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติดังที่ปรากฏ

 ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในปัจจุบัน
จากผลการสอบสวนและศึกษาเรื่องการทุจริตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสอบสวนและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภา  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี  2545  ให้สรุปกรณีทุจริตคอร์รัปชั่นออกเป็น  5  ประเภท  ได้แก่

(1) การทุจริตเชิงนโยบาย

(2) การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

(3) การทุจริตในการให้สัมปทาน

(4) การทุจริตโดยการทำลายระบบตรวจสอบอำนาจรัฐ

(5) การขัดกันแห่งผลประโยชน์  หรือประโยชน์ทับซ้อน

 (1)  การทุจริตเชิงนโยบาย
เป็นรูปแบบใหม่ของการทุจริตที่แยบยล  โดยอาศัยรูปแบบของกฎหมาย  หรือมติของคณะรัฐมนตรี  หรือมติของคณะกรรมการเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์  ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องชอบธรรม      ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริงดังนี้

ก. มีการกำหนดนโยบายที่จะทำโครงการหรือกิจการโดยองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ  หรือ     รัฐบาล  ที่อ้างประโยชน์ของประเทศชาติหรือประชาชนเป็นอันดับแรก
ข. มีการเตรียมการรองรับโครงการ  หรือกิจการนั้นให้มีความชอบด้วยกฎหมายหรือกฎระเบียบค. ท้ายสุดคือผลประโยชน์อันมิควรได้เกิดขึ้นแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคล  หรือพวกพ้อง  หรือญาติมิตรของผู้กำหนดนโยบาย  ซึ่งอาจเป็นเงินได้  ทรัพย์สิน  สิทธิประโยชน์อย่างอื่น  ซึ่งมักจะเป็นผลประโยชน์ที่มหาศาล  ที่ตกได้กับฝ่ายบริหารซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  ครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ  หรือฝ่ายข้าราชการประจำ

(2)  การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
เป็นการใช้อำนาจและหน้าที่ในความรับผิดชอบของตนในฐานะของเจ้าหน้าที่ของรัฐเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  ปัจจุบันมักเกิดจากความร่วมมือระหว่างนักการเมือง  พ่อค้า  และข้าราชการประจำ  อันมีลักษณะเป็นธุรกิจทางการเมืองที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ  การที่นักการเมืองและนักธุรกิจร่วมกันครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ  ทั้งนี้โดยมีข้าราชการฝ่ายปกครอง  และเจ้าพนักงานที่ดินให้ความร่วมมือ  หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน

(3)  การทุจริตในการให้สัมปทาน
เป็นการแสวงหาหรือเอื้อประโยชน์โดยมิชอบจากโครงการหรือกิจการของรัฐซึ่งรัฐได้รับอนุญาต  หรือมอบให้เอกชนดำเนินการแทนให้ลักษณะสัมปทานผูกขาดในกิจการใดกิจการหนึ่ง  เช่น  การทำสัญญาสัมปทานโรงงานสุรา  การทำสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม  เป็นต้น

(4)  การทุจริตโดยการทำลายระบบการตรวจสอบอำนาจรัฐ
เป็นการพยายามดำเนินการให้ได้บุคคลซึ่งมีสายสัมพันธ์กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ในอันที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ  เช่น  คณะกรรมการการเลือกตั้ง  คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  เป็นต้น  ทำให้องค์กรเหล่านี้มีความอ่อนแอ  ไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(5)  การขัดกันแห่งผลประโยชน์  หรือประโยชน์ทับซ้อน  (Conflict  Of  Interest)
เป็นกรณีทุจริตสีเทา (gray  area  of  corruption)  ซึ่งกลุ่มคนชั้นนำในสังคมไม่อาจยอมรับได้  แต่คนทั่วไปอาจเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา  เช่น  การมีผลประโยชน์ได้เสียทางการเงิน  หรือในทางสัญญาการมีรายได้นอกเหนือตำแหน่งหน้าที่  การรับของขวัญ  เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ผู้มีอำนาจในฐานะผู้วินิจฉัยสั่งการ  กระทำการใดโดยรู้ว่าตนหรือสามี  หรือภริยา  บุตรผู้เยาว์  หรือหุ้นส่วนได้รับประโยชน์ทางการเงินจากการวินิจฉัยสั่งการหรือการกระทำของตน

หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติและปฏิบัติตามหลักจริยธรรม  รวม  8  ประการ ดังต่อไปนี้  ก็เชื่อว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นอันเป็นมะเร็งร้ายที่เกาะกินสังคมไทย  ก็จะลดน้อยลงในที่สุดได้แก่

  1. ความซื่อตรง  ( Integrity )
  2. ความสุจริต  ( Honesty )
  3. ความมีศีลธรรม  ( Morality )
  4. ความยุติธรรม  ( Fairness )
  5. การรักษาคำมั่นสัญญา  ( Promise  Keeping )
  6. การไม่ขัดแย้งผลประโยชน์  ( Conflict  of  Interest )
  7. การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ  ( Compliance  with  Laws  and  Regulation )
  8. การรักษาชื่อเสียงและศักดิ์ศรี  ( Reputation  and  Dignity )

หลักจริยธรรม  8  ประการนี้  จะสร้างขึ้นสำเร็จได้ในสังคมไทย  ก็ต่อเมื่อองค์กรทุกภาคส่วนในสังคมให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจอย่างแข็งขันในการส่งเสริมสนับสนุนคณะกรรมการ  ป.ป.ช.  ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล  ประกอบกับการมีนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ดีในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตย่อมจะทำให้งานของคณะกรรมการ  ป.ป.ช.  ประสบความสำเร็จในที่สุด

 (ที่มาจาก : วารสารศาลยุติธรรมปริทัศน์  ปีที่ 1  ฉบับที่ 8  สิงหาคม  2550)  

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: